previous arrow
next arrow
Slider

วิธีสร้าง Content Marketing ยังไงให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

Content Marketing

การตลาดในยุคดิจิตอลดังเช่นปัจจุบัน รู้หรือไม่ว่ากลยุทธ์สำคัญที่ทุกบริษัทควรจะมีก็คือ Content Marketing ซึ่งหากคุณสามารถสร้างมันได้อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถสร้างผลลัพธ์และความสำเร็จได้จนคุณต้องตกใจเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา จะเห็นว่าหลายๆ ธุรกิจเริ่มหันเหออกจากการตลาดแบบเดิมๆ มาเน้นเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น ทำให้การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งมีการแข่งขันสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Am2b Marketing เขียนบทความนี้ขึ้น ก็เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้นั่นเอง

1. คอนเทนต์ดีๆ ไม่ได้มีเฉพาะตัวหนังสือ

เมื่อพูดถึงคอนเทนต์ หลายๆ คนก็มักจะนึกบทความเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้ไหมคะว่าสมัยนี้การเขียนบทความที่มีตัวหนังสืออย่างเดียวไม่สามารถสร้างอิมแพคให้เกิดขึ้นได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แถมรสนิยมของผู้บริโภคในยุคนี้ยังเปลี่ยนไปด้วย ทำให้การทำคอนเทนต์เองก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย, Infographics, eBooks, vlogs (เล่าเรื่องราวในบล็อกผ่านวิดีโอ) เป็นต้น

2. ส่งต่อข้อมูลดีๆ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

ต้องยอมรับว่าใครๆ ก็ชอบของฟรี ยิ่งถ้าเป็นของดีแล้วฟรีด้วยก็ยิ่งชอบใหญ่ ซึ่ง Content Marketing ถือเป็นช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการพีอาร์ให้เห็นว่าบริษัทของเรานั้นมีความเป็นมืออาชีพในเรื่องใดบ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัทของคุณมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งก็ทำอีบุ๊ครวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการทำการตลาดแบบนี้เสียเลย จะทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกบริษัทของคุณมีความน่าไว้วางใจ และเหมาะที่จะใช้บริการในโอกาสต่อไปนั่นเอง

3. ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2B และ B2C ก็เหมาะกับการใช้ Content Marketing

นั่นก็เพราะว่า Content Marketing ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเสมอ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบ B2B หรือ B2C ก็ตาม แต่วิธีใช้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้แตกต่างกันบ้าง ดังนี้

  • B2B (Business to Business) คือธุรกิจที่เน้นการให้บริการแก่บรรดาผู้ประกอบการด้วยกัน, ผู้ผลิตกับผู้ผลิต, ผู้ผลิตกับผู้ส่งออก, ผู้ผลิตกับผู้ค้าส่งหรือค้าปลีก หรือผู้ผลิตกับผู้นำเข้า โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งจุดนี้คุณอาจนำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งมาใช้ในการสร้าง Infographic เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเด่นของสินค้า เป็นต้น
  • B2C (Business to Consumer) คือธุรกิจที่เน้นการขายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยตัดบริษัทที่เป็นตัวกลางออกไป ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย พ่อค้าส่ง และพ่อค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้สินค้าสามารถทำกำไรได้มากขึ้น และมีราคาถูกลง เนื่องจากไม่ต้องแบ่งกำไรให้พ่อค้าคนกลางนั่นเอง โดยธุรกิจแบบนี้คุณอาจนำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งเข้ามาช่วยด้วยการทำคลิปวิดีโอ หรือวิดีโอโฆษณา เพื่อสร้างการจดจำในตัวสินค้าให้แก่ผู้บริโภคก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

4. ใช้ตัวชี้วัด (KPIs) เพื่อวัดผลความสำเร็จและความล้มเหลวของงาน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งที่เราทำนั้นให้ผลลัพธ์ของความสำเร็จหรือล้มเหลว ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือวัดผล ดังนั้นการใช้ตัวชี้วัด หรือ KPIs จะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของคอนเทนต์ของเราได้ จากนั้นเมื่อได้ผลลัพธ์มาแล้ว จึงค่อยนำผลไปปรับปรุงคอนเทนต์ของเราให้ดีขึ้น ซึ่งวิธีการวัดผลนั้นเราสามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังนี้

  • วัดจากจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดยการใช้ Google’s URL builder และ Google Analytics เพื่อช่วยตรวจสอบ
  • วัดจากจำนวนผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดีย โดยวัดผลจากจำนวนผู้เข้าถึงคอนเทนต์ ผู้ไลค์ และผู้แชร์คอนเทนต์ ถือเป็นวิธียอดนิยมในไทยที่พบเจอได้บ่อยมาก
  • วัดจากจำนวนการตีกลับหรือ Bounce Rate โดยหากมีจำนวนการตีกลับที่มาก ก็หมายถึงว่าคอนเทนต์ของเราไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะผู้ชมเมื่อเห็นเนื้อหาแล้วปิดหน้าต่างทิ้งทันที แถมยังไม่เปิดคลิกไปหน้าอื่นๆ บนเว็บไซต์ด้วย
  • วัดจากจำนวน Inbound Links Earned เพราะหากคอนเทนต์ของเรามีคุณค่าที่ดีมากพอ ผู้คนส่วนใหญ่ก็จะต้องนำลิงก์ไปแปะหรือแชร์บนเว็บอื่นอย่างแน่นอน โดยวิธีนี้ยังสามารถช่วยให้คอนเทนต์ของเรามีผล SEO ที่ดีอีกด้วย
  • วัดจากระยะเวลาที่ผู้ชมใช้บนเว็บไซต์ ว่าพวกเขาอยู่ในหน้าเนื้อหาของเรากี่นาที ซึ่งหากผู้ใช้งานอยู่ในหน้านั้นไม่ถึง 15 วินาที ก็อาจแสดงว่าคอนเทนต์ของเราไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้นั่นเอง
  • วัดจาก Conversion rate ยกตัวอย่างเช่น จำนวนผู้สมัครเป็นสมาชิก เป็นต้น
  • วัดจากจำนวนยอดขาย อันเป็นตัววัดผลสำคัญที่จะบอกว่า คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งของเราประสบความสำเร็จหรือไม่ เพียงไร

5. ปรับแต่งคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งให้มีความหลากหลาย

แม้ว่าการทำคอนเทนต์มาร์เกตติ้งจะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์เพียงคอนเทนต์เดี๋ยวจะสามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือการรีเสิร์ชข้อมูล เพื่อค้นหาให้ได้ว่าลูกค้าหรือเป้าหมายของเรานั้นต้องการอยากทราบเกี่ยวกับอะไร นอกจากนั้น เราควรจะรู้ว่าคอนเทนต์แต่ละรูปแบบนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน อย่างเช่น บางชนิดอาจเหมาะสมสำหรับการสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าหรือแบรนด์ แต่ไม่เหมาะสำหรับการดันยอดขาย เป็นต้น

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับการวางกลยุทธ์เพื่อการสร้างคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งให้ประสบความสำเร็จ หากคุณสามารถทำได้อย่างเป็นระบบและขั้นตอนตามที่ได้นำเสนอนี้ รับรองว่าความสำเร็จจะมาถึงคุณอย่างไม่ยากเลย แต่สำคัญที่สุดคุณต้องค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น เพราะผลของความสำเร็จอาจไม่ได้มาเพียงแค่วันเดียว

วิธีสร้าง Content Marketing ยังไงให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *