previous arrow
next arrow
Slider

5 กลยุทธ์การทำ Content Marketing ให้ทรงพลัง! ระดับมืออาชีพ

Content Marketing คืออะไร ?

Content Marketing (คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง) เป็นการตลาดรูปแบบหนึ่งที่อยู่กับเรามานานตั้งแต่อดีต ผ่านการเสพข้อมูลต่าง ๆ ที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว เช่น บทความบนนิตยาสาร โฆษณาทางทีวี หรือแม้กระทั่งใบปลิวตามท้องถนน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น Content Marketing ทั้งสิ้น ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่า Content Marketing คือกระบวนการทำการตลาดด้วยการสร้างเนื้อหาและเผยแพร่ และในยุคสมัยดิจิทัลที่โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับผู้คน ทำให้ Content Marketing ปรับเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์การเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนของโลก ทำให้เรารู้จัก Content Marketing ในบทบาทของเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต

เมื่อเราอยู่ในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถสร้าง Content Marketing ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อสื่อโฆษณาราคาแพงเหมือนสมัยก่อน เพียงแค่คุณเผยแพร่คอนเทนต์บนช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง ผู้เสพคอนเทนต์ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมบนพื้นที่สื่อของคุณได้เลย โดยที่ผู้เสพคอนเทนต์สามารถเลือกคอนเทนต์ที่ต้องการรับชมได้ด้วยตัวเอง และสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้ทุกเวลา ทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าสมัยก่อนมาก

จากการสำรวจโดย Content Marketing Institute พบว่าแบรนด์ต่าง ๆ มีแนวโน้มการใช้ Content Marketing ในแผนการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้นกว่า 90% ทำให้ปัจจุบัน Content Marketing ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดในยุคดิจิทัล หลายแบรนด์ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาด และสร้างคอนเทต์ให้มีความน่าสนใจ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

หากคุณเป็นคนที่กำลังเริ่มทำ Content Marketing และไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร? ต้องทำอะไรบ้าง? วันนี้เรามี 5 ขั้นตอนสำหรับการทำ Content Marketing มาฝาก รับรองได้ว่าคุณจะเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้อย่างแน่นอน

5 กลยุทธ์การทำ Content Marketing

1. กำหนด Objective ให้กับคอนเทนต์

ขั้นตอนแรกคือการกำหนด Objective หรือจุดประสงค์ของคอนเทนต์ว่าจะทำไปเพื่ออะไร? คาดหวังผลลัพธ์อะไร? เพื่อใช้เป็นกรอบในการทำงานและเป็นแนวทางที่จะพาคอนเทนต์ให้บรรลุจุดประสงค์ สำหรับ Objective ในด้านการทำ Content Marketing จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลัก ได้แก่

1.1 Awareness เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนต่าง ๆ
1.2 Evaluation เพื่อสร้างความต้องการให้กับสินค้า หรือตระหนักเกี่ยวกับแบรนด์ให้มากขึ้น
1.3 Conversion เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า หรือต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมกับแบรนด์

2. เลือกกลุ่มเป้าหมายของคอนเทนต์

ขั้นตอนก็ต่อคือการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้รับสารจากคอนเทนต์ของคุณ การระบุกลุ่มเป้าหมายนั้นควรระบุให้ละเอียดชัดเจน เช่น เพศ, อายุ, การศึกษา, รายได้, ครอบคลุมไปจนถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย และนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์เพื่อหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพราะการทำ Content Marketing ไม่ใช่เพียงแค่การสื่อสารในสิ่งที่คุณต้องการ แต่เป็นการสื่อสารสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายมองหาและต้องการด้วยเช่นกัน

3. สร้างคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย

การทำ Content Marketing ให้สำเร็จ คอนเทนต์ของคุณจะต้องสามารถให้ประโยชน์แก่ผู้เสพคอนเทนต์ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งหากคอนเทนต์ของคุณมีประโยชน์และสามารถแก้ไขปัญหาของกลุ่มเป้าหมายได้ ก็จะช่วยทำให้คอนเทนต์บรรลุ Objective ได้มากยิ่งขึ้น วิธีทำคอนเทนต์สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้

1.1 หาไอเดียร่วมกับทีม เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้น่าสนใจ
1.2 กำหนด Key Message ที่ต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย
1.3 สร้าง Call-to-action เพื่อกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้กระทำบางอย่าง เพื่อบรรลุ Objective

4. เลือกใช้ช่องทางโปรโมทให้เหมาะสมกับคอนเทนต์

หากคุณมีคอนเทนต์แต่ขาดการแนะนำหรือโปรโมทให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ก็อาจจะบรรลุจุดประสงค์ได้ยากสักหน่อย คุณจึงต้องเลือกช่องทางการเผยแพร่ให้เหมาะสมกับคอนเทนต์และกลุ่มเป้าหมาย โดยช่องทางการเผยแพร่จะแบ่งเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่

1.1 Owned Media ช่องทางของคุณเอง เช่น Facebook, Instagram, YouTube หรือ Website
1.2 Earned Media ช่องทางที่บุคคลอื่นกล่าวถึงคุณ เช่น การรีวิว หรือการใช้ Influencer
1.3 Paid Media ช่องทางการโปรโมทแบบเสียเงิน เช่น Facebook Ads หรือ Google Ads

5. วัดผลคอนเทนต์เพื่อนำไปพัฒนาต่อ

หลังจากเผยแพร่คอนเทนต์ออกไปแล้ว สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำก็คือการติดตามวัดผลคอนเทนต์ เพื่อที่จะสามารถประเมินได้ว่าคอนเทนต์ที่คุณทำไปนั้นบรรลุ Objective ที่กำหนดไว้หรือไม่? ตัวอย่างการวัดผลคอนเทนต์ เช่น Like, Comment, Share, Website Traffic จากนั้นให้นำผลลัพธ์ที่ได้จากการวัดผลคอนเทนต์มาวิเคราะห์และพัฒนาการทำคอนเทนต์ต่อไปได้ เช่น หากกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกับคอนเทนต์คุณเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และมีฟีดแบคในทางที่ดีก็อาจจะใช้คอนเทนต์ลักษณะนี้เป็นแนวทางต่อไป หรือหากมีฟีดแบคไม่ดีเราก็อาจจะต้องคิดหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *