previous arrow
next arrow
Slider

ทำไม SEO ถึงสำคัญกับตลาด

SEO เป็นส่วนพื้นฐานของการตลาดดิจิทัลเนื่องจากผู้คนทำการค้นหาหลายล้านล้านครั้งทุกปีโดยมักมีเจตนาทางการค้าเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ การค้นหามักเป็นแหล่งที่มาหลักของการเข้าชมดิจิทัลสำหรับแบรนด์และเสริมช่องทางการตลาดอื่น ๆ การมองเห็นที่มากขึ้นและอันดับในผลการค้นหาที่สูงกว่าคู่แข่งของคุณอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลกำไรของคุณ

อย่างไรก็ตามผลการค้นหาได้รับการพัฒนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับคำตอบและข้อมูลที่ตรงประเด็นมากขึ้นซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ใช้อยู่ในหน้าผลการค้นหาแทนที่จะนำพวกเขาไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ นอกจากนี้คุณลักษณะต่างๆเช่นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์และแผงความรู้ในผลการค้นหาสามารถเพิ่มการมองเห็นและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริษัท ของคุณแก่ผู้ใช้โดยตรงในผลลัพธ์

เพิ่มการเข้าถึง การทำลิ้งค์ให้เชื่อมกับในเว็บของเรา

ต้องบอกก่อนเลยว่าการที่เราจะทำให้เว็บของเรานั้นขึ้นเป็นอันดับหนึ่งนั้นก็ต้องมีการที่สามารถให้การทำลิ้งค์ให้เชื่อมกับในเว็บของเรานั้นก็คือ การทำลิ้งค์เชื่อมระหว่างบทความ เช่นว่าคุณเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง “อาหารที่แนะนำเหมาะกับคนกำลังลดความอ้วน” แล้วหนึ่งในเมนูพวกนั้นก็มี “สลัดสาหร่ายพวงองุ่น” ซึ่งเราอาจเคยเขียน “วิธีทำสลัดสาหร่ายพวงองุ่น” ไว้ในเว็บของเราอยู่แล้ว ถ้างั้นทำไมเราไม่ลิ้งค์กลับไปหาบทความเก่าให้คนอ่านกลับไปอ่านซะเลยหละ นอกจากจะทำให้ลดตัวเนื้อหาบทความให้ดูกระชับขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์ในอีกหลายๆด้าน 3 ข้อใหญ่ๆได้แก่

–ลดโอกาสที่คนจะออกจากเว็บของเรา แน่นอนถ้าคนอ่านเจอเมนูลดความอ้วนที่คุณแนะนำอยู่ แต่ทว่าเขาไม่รู้ว่ามันทำยังไง สุดท้ายแล้วคนอ่านก็จะออกจากเว็บของคุณ แล้วไปหาวิธีทำสลัดสาหร่ายพวงองุ่นแยกอีกที(ทั้งๆที่จริงๆแล้วเว็บของเราเคยเขียนวิธีทำไว้แล้วด้วยซํ้า)

–เพิ่มโอกาสให้อันดับดีขึ้นในคำนั้นๆ

–ช่วยให้ Google รู้สึกว่าเว็บของเราดูมีประโยชน์และน่าเชื่อถือจริงๆ

จะทำอย่างไรเมื่อเว็บไซต์ไม่อยู่ใน Google

 อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่า Google จะรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บหลายพันล้านหน้า แต่ก็เป็นไปได้ที่จะไม่พบเว็บไซต์บางแห่ง โปรแกรมรวบรวมข้อมูลของเราอาจข้ามบางเว็บไซต์ไป ซึ่งมักจะเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้

  • เว็บไซต์นั้นไม่มีการเชื่อมโยงที่ดีจากเว็บไซต์อื่นบนเว็บ
  • คุณเพิ่งเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่และ Google ยังไม่ได้รวบรวมข้อมูล
  • การออกแบบเว็บไซต์ทำให้ Google รวบรวมข้อมูลเนื้อหาของเว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพได้ยาก
  • Google ได้รับข้อผิดพลาดเมื่อพยายามรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์
  • นโยบายของคุณทำให้ Google รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ไม่ได้

ตรวจสอบ Keyword ที่ถูกค้นหามากที่สุดด้วย Google Keyword Planner

การที่คุณนั้นจะทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นถูกค้นหามากที่สุดและขึ้นเป็นอันดับแรกของหน้า google แล้ว การที่คุณเริ่มต้นโดยการทำ SEO นั้นก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแลัจะให้ดีขึ้นไปอีกการปรับปรุงและการที่คุณมีการวางแผนในการสร้างนั้นก็สำหรับและเครื่องที่เราอยากให้ท่ารู้จักอีกหนึ่งอันนั้นก็คือ Google Keyword Planner ที่จะทำให้คุณสามารถค้นหาคำที่มีการค้นหามากที่สุดได้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางเพื่อแนวทางการเป็นเว็บไซต์ที่ถูกค้นหามากที่สุด

ในเมื่อ SEO คือการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์และคอนเทนต์ แสดงว่า Google และ Search Engine อื่นๆ ย่อมมีหลักเกณฑ์การตรวจสอบและให้คะแนนอยู่ โดยฝั่ง Search Engine จะส่งเหล่า Bot เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณเป็นอยู่เรื่อยๆ แล้วดูความเกี่ยวข้องของเนื้อหากับ Keyword ใดบ้าง อีกทั้งโครงสร้างและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เป็นอย่างไร

วิธีการให้คะแนนอย่างละเอียดนั้นไม่มีการไม่เปิดเผยออกมา แต่มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกจำนวนมากได้ทดลองและคาดการณ์กันว่า Search Engine อันดับ 1 ของโลกอย่าง Google มีการใช้เกณฑ์อะไรบ้าง เราจึงใช้เกณฑ์เหล่านี้เป็นแนวทางในการทำ SEO โดยเว็บไซต์ Backlinko ได้สรุปปัจจัย 200 อย่างที่คาดว่ามีผลต่ออันดับใน Google ไว้ในบทความ Google’s 200 Ranking Factors: The Complete List

จากหลักเกณฑ์จำนวนมากในการทำ SEO ผมสรุปเป็นด้านหลักๆ เป็น 3 ด้าน คือ ด้านเนื้อหา, ด้านโครงสร้างและประสิทธิภาพเว็บไซต์ และด้านความน่าเชื่อถือ ทั้ง 3 ด้านนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Algorithm (อัลกอริทึม) ปัจจัยหลักการจัดอันดับเว็บไซต์

เราคงทราบอยู่แล้วว่า Algorithm (อัลกอริทึม) นั้นระบบการจัดอันดับการแสดงผลแต่ละ Search Engine จะมีระบบ Algorithm ในการให้คะแนนเว็บไซต์ที่แตกต่างกันและจะมีการอัพเดตอยู่เสมอๆ เพื่อคัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพและเพื่อให้ผลการค้นหานั้นตรงตามที่ผู้ใช้งานต้องการมากที่สุด เราจึงจำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ให้มีคุณภาพตาม Algorithm เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำอันดับได้ดีที่สุด

1. ปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายในนั้นมาจากการปรับแต่งตัวโครงสร้างเว็บไซต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO ให้ติดอันดับ ได้แก่

  • Crawl Ability : โครงสร้างของเว็บไซต์ที่เอื้อต่อการเก็บข้อมูลของ Search Engine
  • Site Volume : จำนวนหน้าภายในเว็บไซต์ (Index)
  • Site Theme : ลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ (Internal Link)
  • Text Match : การเลือกใช้คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Keyword
  • ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของผู้ใช้ (User Experience (UX)) เช่น
    • PageSpeed : ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์
    • Mobile friendly : เว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายบนโทรศัพท์มือถือและรองรับขนาดหน้าจอที่มีขนาดแตกต่างกัน (Responsive Web Design)
    • Safe Browsing : ความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งเว็บไซต์ต้องไม่มีการฝัง Malware (มัลแวร์) หรือ Spam (สแปม)
    • HTTPS : การใช้ SSL Certificate ซึ่งช่วยป้องกันการดักข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้กรอกในเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรเครดิต
    • Intrusive Interstitial : ไม่มีโฆษณาที่แสดงขึ้นมาจนบังเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ เช่น Popup Ads (โฆษณาป๊อปอัป)

2. ปัจจัยภายนอก

ปัจจัยจากภายนอกนั้นคือ Backlink หรือลิงค์จากเว็บไซต์อื่น (External Link) โดยอาจเป็นลิงค์ที่ผู้อื่นสร้างให้เว็บไซต์ของเรา เช่น การอ้างอิงที่มาของข้อมูล  หรือลิงค์ที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง เช่น การไปลงบทความในเว็บไซต์อื่น การลงทะเบียนเว็บไซต์ในสารบัญเว็บไซต์ ซึ่งปัจจัยภายนอกนี้สามารถแบ่งได้เป็น

  • Link Popularity : ปริมาณ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา
  • Site Theme : คุณภาพของเนื้อหาและ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา

ทำความรู้จัก Yoast SEO อันดับจะดีขึ้นทันทีจริงหรือไม

วันนี้เราจะพาท่านมาทำความรู้จักกับเจ้าตัว Yoast SEO ที่เราเคยยินว่ามันช่วยให้อันดับจะดีขึ้นทันที วันนี้เรามาดูกันว่าจริงหรือไหมYoast SEO เป็นเพียงปลั๊กอินที่เหมือนตัวช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น แต่ไม่ได้มีผลกับอันดับใน Google เลย ถ้าใครคิดว่าติดตั้งปุ๊บอันดับจะต้องดีขึ้น เข้าใจผิดแล้วค่ะ ไม่มีเครื่องมือวิเศษแบบนั้นอยู่บนโลกหรอกค่ะ สุดท้ายแล้วการทำ SEO ก็ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่สั่งสมมาเพื่อลงมือทำ เครื่องมือต่างๆ เพียงช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้นเอง

รู้จัก Yoast SEO กันไปแล้วในฐานะตัวช่วยตัวสำคัญในการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อผลของ SEO ที่ดีขึ้น ทีนี้เรามาดูประโยชน์ของเจ้า Yoast SEO กันดีกว่า ว่าทำไม๊ทำไมถึงได้เป็นปลั๊กอินยอดฮิตที่กูรู SEO ทุกสำนักต่างพูดถึงและให้ความสำคัญ

1. Yoast SEO มีฟีเจอร์ที่ช่วยการตั้งค่า Technical SEO ต่างๆ

หากใครที่ยังไม่เคยอ่านบทความดีๆ จากหนึ่งในผู้ก่อตั้งโนเรียของเราว่าด้วยเรื่อง SEO คืออะไร ลองกดตามลิงก์เข้าไปอ่านกันดูนะคะ เขียนไว้ละเอียดและเข้าใจง่ายมากๆ โดยในบทความได้กล่าวถึง Technical SEO ไว้ด้วย นั่นเพราะ Technical SEO เป็นหนึ่งในส่วนย่อยที่สำคัญของการทำ SEO ค่ะ

ในการปรับแต่งเพื่อ SEO ในแต่ละครั้งกับแต่ละเพจก็จะมีรายละเอียดเชิงเทคนิคที่อาจจะต้องระวังแตกต่างกันไป ทำให้เราอาจจะเผลอมองข้ามบางจุดไปได้ ดังนั้นตรงนี้แหละที่ Yoast SEO จะเข้ามาช่วยเรา

ถ้าให้สรุป key points สั้นๆ เลยก็สรุปได้ว่า Yoast SEO ช่วยในเรื่อง Technical ดังต่อไป

  • ช่วยเราใส่ canonical URLs ซึ่งจะเป็นตัวที่สื่อสารกับ Search Engine ว่าเราต้องการให้ Google สนใจลิงก์ไหนหรือเพจไหน
  • ช่วยเราใส่ rel=next / rel=prev ในทุกๆ ที่ที่มันควรอยู่
  • ช่วยเราใส่ OpenGraph tags กับทุกๆ URL

จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายอย่าง แต่รวมๆ ก็คือ Yoast SEO จะช่วยในเรื่องพวกเทคนิคที่เราอาจจะไม่เข้าใจในช่วงแรกๆ ของการทำ SEO เราก็สามารถวางใจในส่วนนี้ลงไปได้

2. Yoast SEO ช่วยให้คอนเทนต์มีคุณภาพและเป็นมิตรกับ SEO

การจะทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพอาจจะทำได้ง่ายโดยการจ้างนักเขียนดีๆ มาเขียนบทความที่เต็มไปด้วยเนื้อหาดีๆ ให้คุณ (หรือลงมือเขียนเอง) แต่การเขียนบทความดีๆ ไม่ได้จบแค่การได้บทความดีๆ มาโพสบนเว็บหรอกนะ ถ้าจะทำให้บทความดีๆ บทความนั้นเป็นมิตรกับ SEO ติดอันดับง่ายขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้อ่านที่กว้างขึ้น ต้องมีการปรับแต่งต่างๆ เข้ามาเสริมด้วย

Yoast SEO จะเป็นตัวช่วยที่บอกเราว่าเราต้องปรับแต่งตรงไหนบ้าง เช่น ต้องมี Keyword มากกว่านี้นะ หรือแม้แต่มี Keyword เยอะเกินไปแล้วนะ แล้วควรมี Keyword ตำแหน่งไหนบ้าง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้บทความของเราเป็นมิตรกับ Google ที่สุด

Yoast SEO จะแสดงไฟสัญญาณเป็นสีเขียว ส้ม และแดง ซึ่งไฟสัญญาณเขียวหมายถึงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่ต้องการการปรับเปลี่ยนแล้ว

3. Yoast SEO ปรับปรุงให้คอนเทนต์น่าอ่านมากขึ้น (Readability สูงขึ้น)

บทความที่ดีที่เต็มไปด้วยสาระความรู้ อาจจะไม่ใช่บทความที่น่าอ่านที่สุด บทความที่มีสาระหลายบทความอาจจะยาวเกินไป เขียนยืดเยื้อเกินไป เว้นวรรคไม่น่าอ่าน รูปน้อยเกินไป ไม่มีจังหวะให้คนอ่านพักสายตา ทำให้อยากจะเลิกอ่านไปซะดื้อๆ 

ซึ่ง Yoast SEO จะเข้ามาช่วยปรับแต่งในส่วนนี้ ตัวปลั๊กอินจะคอยบอกเราว่าบทความเราน่าอ่านมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่เราจะได้ปรับแก้ให้ทุกจุด ให้บทความน่าอ่านมากขึ้น ยิ่งถ้าเราเขียนเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ ตัวปลั๊กอินจะช่วยดูเลยนะว่าใช้ Passive voice เยอะไปไหม รูปประโยคยาวไปนะ เข้าใจยาก ทั้งหมดก็เพื่อให้บทความเรามีลักษณะที่อ่านง่ายแบบสุดๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้ไม่โดนคนอ่านทิ้งไปกลางคันกันซะก่อน

ประโยชน์ที่คุณจะได้รับในการทำ SEO

SEO หลายๆท่านก็คงไม่เคยได้ยินหรือถ้าหากใครที่เคยได้ยินและยังลังเลในการทำ SEO ให้กับร้านค้าของคุณหรือการทำให้กับเว็บไซร์ของคุณให้มีความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในการค้นนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำประโยนช์ที่ท่านจะได้รับหลักจากการทำ SEO ว่าจะประโยนช์มากน้อยแค่ไหนมาดูกัน

1.เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

ในปัจจุบัน มีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากเว็บไซต์ติดอันดับด้วย Keyword ที่มีผู้ใช้ค้นหาเป็นจำนวนมาก ก็มีโอกาสที่จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากตามไปด้วย อีกทั้งเมื่อมี Keyword ใดติดอันดับ Keyword ที่ใกล้เคียงกันก็จะติดอันดับไปด้วย จึงจะมีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นจาก Keyword อื่นๆ ที่ไม่ได้เลือกทำ SEO ได้อีกด้วย

 2.เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ

การทำ SEO เป็นการทำให้เว็บไซต์ถูกค้นเจอด้วย Keyword ที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่าน Search Engine ย่อมมีความสนใจใน Keyword นั้นอยู่แล้ว ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากเว็บไซต์ที่เข้าไปชม นอกจากนั้นแล้ว การที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะขายสินค้าหรือบริการได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 3.โปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มความน่าเชื่อถือ

โดยส่วนใหญ่เวลาที่คนค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine ก็จะเปิดดูเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าแรกหรือหน้าถัดมาในผลการค้นหาเท่านั้น การที่เว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอันดับต้นๆ จะทำให้ชื่อของเว็บไซต์ได้เห็นผ่านตาและเป็นที่รู้จัก แม้ว่าจะยังไม่ได้คลิกเข้ามาดูเนื้อหาในเว็บไซต์ก็ตาม

 4.ลดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา

เนื่องจากทำ SEO ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าเว็บไซต์จะติดอันดับในหน้าแรก จึงเหมาะเป็นการทำการตลาดในระยะยาว และเนื่องจากการคลิกเว็บไซต์ในส่วนของ SEO นั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเหมือนกับการลงโฆษณากับ Search Engine โดยตรง จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้และราคาค่อนข้างถูกกว่าการลงโฆษณากับสื่ออื่นๆ ทั้งนี้หากเลือกทำ SEO ด้วย Keyword ยอดนิยมที่มีคนใช้มากๆ ค่าใช้จ่ายก็อาจสูงตามไปด้วย เพราะมีการแข่งขันที่สูง ดังนั้น เวลาเลือก Keyword จึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการทำการตลาดและความคุ้มค่าในการลงทุน

มือใหม่กับการทำ SEO เพื่อส่งเสริมร้านของคุณ

เมื่อคุณต้องการส่งเสริมการขายของให้ร้านค้าของคุณนั้นขายดิบขายดีนั้น การทำการขายผ่านช่องทางออลไลน์นั้นถือว่าสำคัญมาก และการทำทำ SEO ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า SEO ทำไมถึงช่วยได้เยอะขนาดนั้น และมีประโยนช์มากน้ยแค่ไหนถึงต้องทำ

ก่อนจะเริ่มทำ SEO บนเว็บไซต์ คุณควรจะวางแผนก่อนว่าจะให้เว็บไซต์แสดงที่ผลการค้นหา Keyword โดยเริ่มจากการที่คิดว่าถ้าผู้ใช้จะเข้ามาที่เว็บของคุณ เขาจะค้นหา Google ด้วย Keyword อะไรบ้าง เมื่อได้ชุดของ Keyword แล้ว คุณสามารถตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Google Keyword Planner ได้ว่า Keyword แต่ละคำมีปริมาณการค้นหาประมาณเท่าไหร่ และมีสภาพการแข่งขันกับเว็บอื่นๆ สูงหรือไม่ (สภาพการแข่งขันดังกล่าวเป็นการแข่งขันซื้อโฆษณา Google Ads แต่เราก็สามารถนำมาประเมินสภาพการแข่งขันตลาดคร่าวๆ ได้) จากนั้นเลือก Keyword ที่มีปริมาณการค้นหาที่คุ้มค่าเป็น Keyword ชุดหลักที่เราที่จะทำใช้ SEO

SEO คือ การทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นถูกค้นเจอโดย Google และถูกคลิ๊กโดยคนจริงๆ ซึ่งถ้าหากคุณทำ SEO ได้ดีแล้ว เว็บไซต์ที่คุณทุ่มเททำขึ้นมาจะสามารถ ‘Attract’ ผู้เข้าชมในทุกๆ วันอย่างแน่นอน แต่ผมขอบอกไว้เลยว่าการดึงคนเข้ามายังเว็บไซต์ยังเป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จเท่านั้น เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป้าหมายต่อไปคือ จะเปลี่ยนผู้เข้าชมเหล่านี้ให้เป็นลูกค้าของคุณได้อย่างไร? ซึ่งวิธีการต่างๆ

กลยุทธ์ กับการใช้ SEO

อับดับแรกเราต้องรู้กระบวนการทำงานของการทำ SEO เพื่อการวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยกระบวนการทำงานของ SEO นั้นคือการปรับแต่งเว็บไซต์ การปรับปรุงเนื้อหาการเพิ่ม Backlink ซึ่งเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้นๆ บน หน้าแสดงผลการค้นหาและกลยุทธ์คือ การวางแผนธุรกิจและวางรายละเอียดการปฏิบัติเพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ ผ่านการคัดสรรคุณค่าให้กับกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะ การออกแบบแผนปฏิบัติการให้เหมาะสมกับทรัพยากรในองค์กร และการวางแผนป้องกันเพื่อไม่ให้กลยุทธ์ล้มเหลวในระยะสั้นและระยะยาว

ตามความหมายของ wikipedia กลยุทธ์ก็คือแผนการที่เราต้องปฏิบัติ เพื่อทำให้เราสามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้

นั่นก็หมายความว่า กลยุทธ์นั้นประกอบไปด้วย 2 อย่าง ก็คือ ‘แผนการปฏิบัติ’ และ ‘เป้าหมาย’ เช่น ธุรกิจอาจจะอยากเพิ่มยอดขาย (เป้าหมาย) ผ่านการตีตลาดใหม่ที่มีการแข่งขันน้อย (แผนการ)

ในส่วนนี้ สองคำถามที่เราอาจจะยังสงสัยกันอยู่ก็คือ แผนการปฏิบัติต้องละเอียดแค่ไหน และเป้าหมายของธุรกิจต้องละเอียดแค่ไหน

หากคุณมีกลยุทธ์ว่าอยากจะเปิดตลาดใหม่ และคุณจ้างพนักงานมาทำเดินการ 1 คน ข้อมูลแค่นี้เพียงพอหรือเปล่าสำหรับการที่พนักงานคนนี้จะนำไปใช้งาน…คำตอบสั้นๆก็คือ ‘ไม่’

การทำ SEO เว็บไซต์คือหน้าร้าน

เมื่อเราเปิดร้านขายของหรือร้านช้อปปิ้งและมาในยุคสมัยนี้การขายของผ่านโลกออนไลน์นั้นสำคัญเป็นอย่างมากเพราะการมีหน้าร้านลูกค้าที่อยู่ไกล้ก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้แต่อาจคุณสามารถดันหรือโปรโมทให้ร้านของคุณนั้นได้รับความนิยมจากทุกที่ทั่วประเทศหรือมีการดิวกับต่างประเทศอีกละ เพราะร้านค้าของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหน้าที่เขาต้องการค้นหาและนี่และคือข้อดีของการทำ SEO

  • เว็บที่ติดอันดับ 1 บน Google จะมี Traffic คนเข้าเว็บ มากกว่าเว็บที่อยู่อันดับ 10 มากถึง 10 เท่าเลยนะ
  • จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการทำ SEO ให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากเว็บของคุณ ไม่ติดอันดับหน้าแรก จำนวนคนเข้าเว็บของคุณ แทบจะเป็น 0 เลยกว่าได้
  • ผมขอบรวบรวมตัวอย่าง volume การค้นหาของ Keyword ต่างๆ มาเปรียบเทียบให้พวกเราเห็นระหว่างเว็บอันดับ 1 กับอันดับ 10 ว่ามันจะแตกต่างกันขนาดไหน
  • โปรแกรมที่ใช้ดูสถิติพวกนี้คือ kwfinder ครับผม (สำหรับเนื้อหาการใช้เครื่องมือตัวนี้ จะมีพูดถึงในหัวข้อถัดไปครับ