previous arrow
next arrow
Slider

SEO กับ SEM ต่างกันยังไง ควรทำแบบไหนมากกว่า?

ในการทำธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถือเป็นช่องทางหลักในการสร้างยอดขาย การติดอันดับแรกๆ ในหน้าการค้นหาบน Search Engine อย่าง Google จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรให้ความใส่ใจโดยต้องวางแผน Keyword เพื่อนำใช้สำหรับทำ SEO และ SEM

หลายคนที่ได้ยินคงนึกสงสัยว่า SEO และ SEM นั้นคืออะไร ต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกทำแบบไหนเพื่อที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับแรกๆ ในหน้าการค้นหา

วันนี้ DIGITORY จะมาอธิบายความหมายของ SEO และ SEM เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์ได้ทำความเข้าใจ และพร้อมที่จะบุกตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ่น เรามาดูความหมายของแต่ละตัวกันเลยดีกว่า

SEO (Search Engine Optimization)  

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การทำการตลาดออนไลน์เพื่อจะทำให้เว็บไซต์ บล็อก หรือแฟนเพจ ธุรกิจของเรา ติดอันดับหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วย Keyword ที่กำหนดเอาไว้โดยไม่ได้ซื้อโฆษณา หรือเรียกอีกอย่างว่าการทำ Search แบบ Organic

ซึ่งขั้นตอนการทำ SEO นั้นต้องอาศัยองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่การกำหนด Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเรา เพื่อนำมาเขียนคอนเทนต์หรือบล็อก รวมถึงลิงก์ภายในเว็บไซต์ และการทำ Backlink หรือการฝากลิงก์เว็บไซต์ของเราไว้บนเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรกได้แบบ Organic

  • ข้อดีของการทำ SEO คือ สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา ยกเว้นแต่ว่าเราจะไปจ้างผู้เชี่ยวชาญ หรือ Influencer ในการทำคอนเทนต์ผลิตเนื้อหาให้กับเว็บไซต์ของเรา สามารถหาลูกค้าใหม่ได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น
  • ข้อด้อยของ SEO คือ เป็นการสร้างผลการค้นหาที่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ว่าเว็บไซต์จะติดอันแรกบนหน้าค้นหาภายในระยะเวลาเท่าไร และหากเราทำ backlink กับเว็บไซต์ที่คุณภาพไม่ดี ก็มีโอกาสที่อันดับของเว็บไซต์เราจะตกได้

SEM (Search Engine Marketing)

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing หมายถึง การทำการตลาดออนไลน์ผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต โดยการซื้อโฆษณาเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรกบนหน้าการค้นหาเมื่อมีการค้นหา Keyword ตามที่ได้กำหนดไว้ สามารถสังเกตได้จากคำว่า AD ที่ปรากฏอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ของเรา โดยเราจะเสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกเข้ามาที่โฆษณาของเรา

ซึ่งขั้นตอนการทำ SEM ถือเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถวัดผลได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ทำ รวมถึงสามารถนำไปวิเคราะห์การทำการตลาดต่อได้

  • ข้อดีของการทำ SEM คือ ใช้ระยะเวลาที่สั้นในการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับแรกในหน้าแสดงการค้นหา เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน ลูกค้าสามารถเห็นเว็บไซต์ของเราได้ในสามอันดับแรก
  • ข้อด้อยของการทำ SEM คือ มีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาค่อนข้างสูง รวมถึงมีการแข่งขันสูงใน Keyword ที่เป็นที่นิยม ทำให้ราคาไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ SEO และ SEM จะมีความแตกต่างในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการสร้างแคมเปญ แต่เป้าหมายที่เหมือนกันของทั้งสองสิ่งก็คือ การพยายามทำให้เว็บไซต์ของเรามาปรากฏในหน้าแรกของผลลัพธ์การค้นหา โดยต้องอาศัยการวางแผนการทำคอนเทนต์ที่มี Keyword ที่เรากำหนดไว้

ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกทำ SEO หรือ SEM จึงไม่ควรมองข้ามเรื่องของเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่ต้องสอดคล้องกับหัวข้อและ Keyword ที่กำหนดไว้ เพราะหากเนื้อหาด้านในไม่เกี่ยวข้องเลยและไม่ตรงกับความต้องการของผู้คลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ ก็จะส่งผลให้คุณภาพของเว็บไซต์แย่ลง และการแสดงอันดับก็อาจอยู่ต่ำลงด้วย รวมถึงปริมาณของ Keyword ที่เหมาะสม โดยควรใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไป เพราะการใส่ Keyword มากเกินไป อาจทำให้อัลกอริทึมของ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นสแปม และการใส่ Keyword น้อยจนเกินไประบบอัลกอริทึมของ Google ก็ไม่สามารถหาเจอหน้าเว็บไซต์ของเราได้

การแสดงผลของการทำ SEO และ SEM

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงมีคำถามว่า สรุปแล้วธุรกิจของเราควรใช้วิธีไหนในการทำการตลาดออนไลน์

คำแนะนำจาก DIGITORY คือ ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป เนื่องจากการทำ SEO ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานกว่าที่เว็บไซต์ของเราจะไต่อันดับขึ้นมาแสดงผลในหน้าแรก ซึ่งในระหว่างนั้นก็สามารถทำ SEM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผล ทำให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ของเรามากขึ้น

ดังนั้น ก่อนจะทำ SEO และ SEM มาเตรียมความพร้อมของเว็บไซต์ด้วยการ

  • ออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายและรองรับการแสดงผลบนสมาร์ทโฟนเพื่อลด Bounce rate และคุณภาพที่ดีของเว็บไซต์
  • วางแผนกำหนด Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายใช้และเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ
  • เขียนเนื้อหาลงบนเว็บไซต์ที่มีประโยชน์และตอบโจทย์
  • ทำ On-page ปรับแต่งเนื้อหาภายในเว็บไซต์ให้มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword
  • เสริมพลังด้วย Off-page สร้าง Backlink เข้าสู่เว็บไซต์ ด้วยการนำลิงก์คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ไปฝากไว้บนเว็บไซต์คุณภาพดี หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
  • ดูแล ปรับปรุงเว็บไซตือยู่ตลอดเวลา

หลังจากนี้ คุณก็สามารถทำเว็บไซต์ของตัวเองให้ติดอันดับแรกในหน้าการแสดงผลได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าควรจะวางแผนทำ SEO และ SEM อย่างไรก็สามารถมาเรียนที่ DIGITORY ได้เลยค่ะ

SEO กับ SEM ต่างกันยังไง ควรทำแบบไหนมากกว่า?

เกี่ยวกับ SEO SEO