previous arrow
next arrow
Slider

SEM vs SEO เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

เอาล่ะค่ะ เราไปดูนิยามของการทำ โดยเทียบกับแบบช็อตต่อช็อตไปเลยดีกว่าว่า ข้อดีและข้อเสียของการทำการตลาดทั้ง 2 อย่างนี้มีอะไรบ้าง

 SEM

Search Engine Marketing

คือการทำการตลาดออนไลน์ผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ตด้วย 2 วิธีหลัก คือ

Search Advertising หรือการทำการตลาดในรูปแบบของการโฆษณา โดยเสียค่าใช้จ่ายในลักษณะของ PPC (Pay Per Click) โดยจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมีผู้คนคลิกเว็บไซต์ของเราที่ทำการโฆษณาเท่านั้น

และอีกแบบก็คือ Natural Search ซึ่งเป็นการทำการตลาดผ่าน SEO โดยเจ้าของกิจการอาจทำเอง หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญก็ได้ อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 วิธีนี้ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ หรือหน้าแรกในเว็บ Search engine เมื่อลูกค้าได้ทำการค้นหาโดยใช้คีย์เวิร์ดที่เราได้กำหนดไว้นั่นเอง

ข้อดี

1.สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมการที่ยาวนาน
2.การปรับเพิ่ม Keyword สามารถทำได้ตลอดเวลา
3.แม้มีเว็บเพจเพียงหน้าเดียวก็สามารถทำได้
4.เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
5.สามารถวัดผลออกมาเป็นข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อได้
6.เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว

ข้อเสีย

1.ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประมูล เว็บไซต์จึงจะติดอันดับ
2.ถ้ายอดเงินในการประมูลหมด อันดับก็หาย
3.เสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกเข้ามาดูในเว็บไซต์
4.ราคาของการโฆษณาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกระแสการแข่งขัน
5.ไม่สามารถการันตีได้ว่าผู้ที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์จะซื้อสินค้า

 SEM

SEO (Search Engine Optimization)  

คือการทำการตลาดออนไลน์ ด้วยการใช้เทคนิคเพื่อให้เว็บไซต์ เว็บเพจ หรือร้านค้าออนไลน์ของคุณขึ้นไปอยู่บนหน้าแรกหรือในอันดับต้นๆ ของเว็บ Search engine ยอดนิยม เพื่อช่วยดึงผู้คนให้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ทั้งนี้การทำให้เว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น ต้องอาศัยการใช้คีย์เวิร์ดและเนื้อหาที่ดี ที่จะส่งผลให้ Bot ของ Search Engine วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลบ่อย และช่วยให้เว็บติดอันดับแรกๆ นั่นเอง

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะพอเข้าใจการทำการตลาดทั้ง 2 แบบแล้วนะคะว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และถึงแม้ว่าการทำ SEO จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำ โดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น แต่ทั้งสองแบบนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยเราได้ทำตารางเปรียบเทียบเพื่อให้คุณมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นตามหัวข้อดังต่อไปนี้

ข้อดี

1.สามารถทำเองได้ จึงมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า
2.ช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
3.ช่วยสร้างลูกค้าใหม่ได้ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้
4.ช่วยสร้างคอนเทนต์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
5.เมื่อติดอันดับแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
6.ได้รับโอกาสในการแข่งขันที่สูงกว่าธุรกิจประเภทเดียวกัน
7.มีโอกาสที่จะติดอันดับได้นานกว่า หากมีคอนเทนต์ที่เจ๋งพอ

ข้อเสีย

1.ใช้เวลานานกว่าแบบแรกในการขึ้นไปติดอันดับต้นๆ
2.การทำ SEO ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญ
3.อันดับในการแสดงผลลัพธ์ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์
4.ต้องติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ Search Engine อยู่เสมอ
5.คีย์เวิร์ดที่นำมาใช้ทำต่อ 1 หน้าเว็บเพจ จะจำกัดแค่ 2-5 คำ

 SEM

เมื่อทราบอย่างนี้ ต่อไปก็ถึงตาคุณแล้วล่ะค่ะ ว่าจะตัดสินใจทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการของคุณแบบไหนกันแน่ เพราะทั้งสองแบบก็มีข้อดีที่โดดเด่นพอๆ กัน  แต่ถ้าให้เราแนะนำ ก็ขอบอกว่า ลองทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีคูณสองอย่างแน่นอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *