previous arrow
next arrow
Slider

Google ยกเลิกแถบโฆษณา Adwords ด้านขวามือ

Google AdWords : คือ โฆษณาในรูปแบบ pay per click มีข้อดี คือ เสียค่าใช้จ่ายตามจริง เมื่อผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น และโฆษณาก็จะปรากฏให้ผู้ชมเห็นตามคีย์เวิร์ด (Keyword) หรือ กลุ่มคำที่คุณเลือกไว้ซึ่งเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา ผ่าน Search engine ในรูปแบบของCost Per Clickซึ่งแต่ละแคมเปญจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับกลุ่มคำหรือคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ คีย์เวิร์ด (Keyword) คำใดที่เป็นที่นิยม และมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายต่อการคลิก 1 ครั้งก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความชำนาญในการเลือกคีย์เวิร์ด (Keyword) การเลือกเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลา และความต่อเนื่องของแคมเปญ จำนวนชิ้นงานโฆษณาของแต่ละแคมเปญ ระบบการดูแลบริหารแคมเปญ เพื่อทำให้ราคาต่อคลิกที่มีประสิทธิผลสูงสุด   ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลถึงงบประมาณที่ใช้ในการโฆษณาทั้งสิ้น

SEO อัพเดท : Google ยกเลิกแถบโฆษณา Adwords ด้านขวามือ

ตัวอย่างตำแหน่งของ Google AdWords

   ที่ผ่านมานั้น โฆษณาในระบบ AdWords ของกูเกิลจะแสดงในหน้าผลการค้นหา (Search Result Page) คือด้านบน ด้านล่าง และในแถบ sidebar ด้านขวามือ  ซึ่งก็สามารถดึงดูดความสนใจและเป็นแหล่งที่จะทำให้คนที่ลงโฆษณาสามารถนำเสนอสิ่งที่ตัวเองขายได้ แต่ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โฆษกของกูเกิลยืนยันกับเว็บไซต์ Search Engine Land ว่ากูเกิลเลิกแสดงผล AdWords ในแถบด้านขวามือในเกือบทุกกรณีแล้ว ซึ่งเมื่อจะมีการเอาส่วนที่เป็น Adwords ด้านขวามือออกโฆษณาจะถูกแสดงเฉพาะด้านบนหรือด้านล่างของผลการค้นหาเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการทดสอบมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และการเปลี่ยนครั้งนี้มีผลกับหน้า Google Search Engine ทุกภาษาทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ มีการเพิ่มจำนวนโฆษณาที่อยู่ในส่วนด้านบนและด้านล่าง จากเดิมที่มี 2-3 โฆษณา กูเกิลยังเพิ่มตำแหน่งแสดงผลโฆษณาด้านบนเป็น 4 ตำแหน่ง สำหรับคีย์เวิร์ดที่มีมูลค่าสูงมากๆ ด้วย  ด้านล่างก็ยังคงปริมาณเดิม ซึ่งจะมีการเรียกส่วนตรงนี้ว่าเป็น “highly commercial queries” ซึ่งการถอดโฆษณาด้านขวามือออก ยังส่งผลให้หน้าผลการค้นหาบนเดสก์ท็อปและบนอุปกรณ์พกพา มีความคล้ายคลึงกันมากขึ้นด้วย

ส่วนในกล่องที่แสดงรายละเอียดของแบรนด์ ก็จะยังคงแสดงผลด้านขวามืออยู่ตามปกติ 

SEO อัพเดท : Google ยกเลิกแถบโฆษณา Adwords ด้านขวามือ

ตัวอย่างข้อมูลที่ปรากฎทางด้านขวา

   ส่วนผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น คือ ค่าโฆษณาหรือสงครามการ Bid จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการช่วงชิงตำแหน่งที่สูงๆ ย่อมต้องจ่ายเงินสูงมากขึ้นตามไปด้วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การมีสงครามก็เป็นทางนึงที่กระตุ้นให้คนที่ทำเว็บไซต์เอาใจใส่กับโครงสร้าง และการทำ SEO มากขึ้น เพราะนี่คือ Organic Search แบบเพียวๆ

ซึ่งระยะนี้ทาง Google เริ่มทยอยการปรับโฆษณาด้านขวาออกเรื่อยๆ แต่เท่าที่ลองเช็คดูของไทย ยังคงมีโฆษณานี้อยู่ในบางคำค้นหา เช่น เสื้อผ้าขายส่ง เป็นต้น

Google เตือนอย่าทำ Backlink จาก Widget เพราะเป็นลิงค์ไม่ธรรมชาติ

Google ได้โพสบทความแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทำ Backlink ที่มาจาก Widget ลงใน Official Webmaster Blog เกี่ยวกับแนวทางในการทำ Backlink ที่แนะนำให้คนทำเว็บไซต์และนักทำ SEO ไม่ควรสร้าง Backlink จาก Widget เพราะมันเป็นลิงค์ที่ดูไม่ธรรมชาติในสายตาของ Google

ถึงแม้ว่าการใส่ Widget ลงไปในเว็บไซต์จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้และเพิ่มปฏิสัมพันธ์ที่ผู้ใช้มีกับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นนักทำ SEO บางรายก็ใช้ Widget ในทางที่ผิด โดยการนำมาใช้เพื่อ SEO เพื่อยัด Backlink เข้าไปในนั้นและทำ Keyword-rich (จงใจใช้ Keyword ใน Anchor Text มากเกินไป) รวมถึงสร้างลิงค์ที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ Backlink เหล่านี้ดูไม่เป็นธรรมชาติและไม่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์

แน่นอนว่าอะไรที่ดูไม่เป็นธรรมชาติย่อมไปสะกิดและละเมิดแนวทางของ Google เสมอ ซึ่งมันอาจจะทำให้ Google ต้องทำการลงโทษกับเว็บไซต์ที่กระทำอย่างนั้นอยู่ด้วย โดยเว็บสแปมทีมของ Google อาจจะทำ Manual Action กับลิงค์ที่ไม่เป็นธรรมชาติเหล่านั้น

การทำ Backlink จาก Widget เป็น 1 ในสิ่งที่หลายๆเว็บไซต์ทำกันอย่างแพร่หลาย ผมเชื่อว่าถ้าไปนั่งไล่เปิดดูเว็บไซต์ต่างๆทั้งในและต่างประเทศจะพบเว็บไซต์มากมายที่แฝง Backlink ในส่วน Widget ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ สำหรับทางออกของเว็บไซต์ที่จำเป็นต้องใส่ Backlink ลงในส่วน Widget จริงๆ Google แนะนำให้ทำการระบุลิงค์นั้นเป็น No Follow

ส่วนด้านล่างนี้เป็นตัวอย่าง 3 Widget ที่ประกอบไปด้วยลิงค์ที่ละเมิดแทนวทางของ Google Webmaster ครับ ซึ่งจริงๆจากตัวอย่างนี้ ในความเห็นของผมมองว่ามันก็ไม่ได้สแปมหรือดูผิดธรรมชาติแต่อย่างใด แต่ในเมื่อ Google เขาไม่ให้ทำก็โอเคครับ เราก็ต้องปรับตัวกันไป

ที่มา: https://webmasters.googleblog.com/2016/09/a-reminder-about-widget-links.html